กระทงคว่ำ-เทียนดับ ลอยกระทง 68 สัญญาณความโชคร้ายจะเป็นอะไรไหม?
วันลอยกระทง ประจำปี 2568 ตรงกับวันที่ 5 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นหนึ่งในประเพณีสำคัญที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยโบราณ ความเชื่อเกี่ยวกับการลอยกระทงนั้นมีหลากหลาย โดยหลักแล้วถือเป็นการ ขอขมาพระแม่คงคา เพื่อแสดงความสำนึกในพระคุณของสายน้ำ รวมถึงเป็นการ ลอยเคราะห์ ลอยทุกข์ เสริมดวง ต่อชะตา และ อธิษฐานขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้เกิดสิริมงคลแก่ชีวิต
อย่างไรก็ตาม นอกจากความเชื่อเชิงบวกแล้ว ยังมีความเชื่อบางประการที่เกี่ยวข้องกับ “ลางร้าย” เช่น กระทงคว่ำ เทียนดับ หรือกระทงของคู่รักลอยแยกจากกัน ซึ่งหลายคนมักสงสัยว่าจะส่งผลต่อโชคชะตาหรือคำอธิษฐานหรือไม่ ไทยรัฐออนไลน์ได้รวบรวมคำอธิบายและแนวความเชื่อเหล่านี้ไว้ ดังนี้
1. กระทงคว่ำหรือจม
หลายคนมักรู้สึกไม่สบายใจเมื่อเห็นกระทงของตนเองคว่ำหรือจมหายไป เพราะเชื่อว่าอาจเป็นสัญญาณของโชคร้าย หรือคำอธิษฐานจะไม่สัมฤทธิ์ผล
แต่ในทางความเป็นจริง สาเหตุของกระทงคว่ำนั้น มักเกิดจากปัจจัยทางกายภาพมากกว่าความเชื่อเรื่องโชคลาง เช่น กระแสน้ำเชี่ยว ลมแรง หรือรูปทรงของกระทงที่ไม่สมดุล โดยเฉพาะกระทงที่มีฐานแคบหรือสูงเกินไป เมื่อมีการใส่ของตกแต่งมากเกินจำเป็น เช่น เหรียญ ดอกไม้ หรือเครื่องสักการะ ก็อาจทำให้กระทงหนักเกินไปจนเสียสมดุลและคว่ำได้ง่าย
ดังนั้น การที่กระทงคว่ำไม่ได้หมายถึงลางร้าย แต่เป็นเพียงผลจากธรรมชาติของสายน้ำและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น
2. เทียนในกระทงดับ
อีกหนึ่งความเชื่อที่หลายคนตั้งคำถาม คือ “หากเทียนดับระหว่างลอยกระทง” จะถือว่าไม่เป็นสิริมงคลหรือไม่
ในความเป็นจริง เทียนดับเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้จาก แรงลม ความชื้น หรือคลื่นน้ำ โดยเฉพาะในช่วงที่มีผู้คนจำนวนมากอยู่ใกล้กัน หรือมีลมพัดแรงจากการเคลื่อนไหวรอบๆ บริเวณลอยกระทง
ผู้ที่มีความเชื่อทางศาสนาบางท่านอาจเปรียบเทียบการดับของเทียนกับ “การเวียนเทียน” ที่เทียนอาจดับก่อนครบสามรอบ ซึ่งไม่ได้หมายถึงเรื่องร้ายเสมอไป แต่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
ดังนั้น หากเทียนดับระหว่างลอยกระทง ไม่ควรตีความว่าเป็นลางไม่ดี เพราะปัจจัยส่วนใหญ่ล้วนเกิดจากสภาพแวดล้อมภายนอก ไม่เกี่ยวกับดวงชะตาหรือคำอธิษฐานของผู้ลอยแต่อย่างใด
3. กระทงลอยแยกจากกัน
สำหรับคู่รักที่นิยมลอยกระทงพร้อมกัน มักมีความเชื่อว่า หากกระทงของทั้งสองคน ลอยแยกจากกันอย่างรวดเร็ว จะเป็นสัญญาณของการ “รักร้าว” หรืออาจต้องแยกทางกันในอนาคต ในทางกลับกัน หากกระทงของทั้งคู่ ลอยเคียงคู่กันไปอย่างราบรื่นจนลับสายตา เชื่อกันว่าจะหมายถึงความรักที่มั่นคง ยืนยาว และเป็นรักแท้ตลอดไป
อย่างไรก็ตาม ความเชื่อดังกล่าวเป็นเพียง “ความหมายเชิงสัญลักษณ์” เท่านั้น ในยุคปัจจุบัน นักวัฒนธรรมและผู้เชี่ยวชาญหลายท่านให้เหตุผลว่า การที่กระทงแยกจากกัน เกิดจากกระแสน้ำและกระแสลมตามธรรมชาติ มิได้เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของคู่รักจริงๆ
สำหรับผู้ที่ต้องการความสบายใจ อาจเลือก ลอยกระทงเพียงใบเดียวร่วมกัน ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างความรู้สึกอบอุ่นใจแล้ว ยังเป็นแนวทางที่ช่วยลดปริมาณขยะในแหล่งน้ำอีกด้วย
สรุป : ความเชื่อเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่ความตั้งใจคือสิ่งสำคัญ
โดยสรุป ไม่ว่าจะเป็นกรณี กระทงคว่ำ เทียนดับ หรือกระทงคู่รักแยกจากกัน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็น “ความเชื่อส่วนบุคคล” ที่มีรากฐานมาจากคติความเชื่อดั้งเดิมในสังคมไทย
แต่สิ่งสำคัญที่สุดของประเพณีลอยกระทง คือ “ความตั้งใจในการขอขมาพระแม่คงคา” และการแสดงออกถึงการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยอย่างบริสุทธิ์ใจ
ดังนั้น ไม่ว่ากระทงจะลอยไปในทิศทางใด จะคว่ำ ดับ หรือแยกจากกัน สิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดคือ เจตนาบริสุทธิ์ของผู้ลอย ที่แสดงถึงความเคารพต่อธรรมชาติ และความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์กับสายน้ำ ซึ่งเป็นหัวใจแท้จริงของประเพณีลอยกระทง


